กาฬโรค โรคระบาดร้ายแรงแห่งมนุษยชาติ

กาฬโรค โรคระบาดร้ายแรงแห่งมนุษยชาติ กาฬโรค หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกกว่า Plague เป็นโรคติดต่อที่มีมานานแล้ว และมักจะระบาดเป็นระลอก ๆ โดยในปี 2020 กาฬโรคก็กลับมาอีกครั้งที่ประเทศจีน ในช่วงเวลาที่โควิด 19 ยังลูกผีลูกคนอยู่ โดยจีนประกาศยกระดับเตือนภัยโรคระบาด หลังจากพบผู้ป่วยกาฬโรครายแรกของปี (อ่านข่าว Black Death ! จีนเตือนภัยระดับ 3 หลังพบผู้ป่วย กาฬโรค เร่งสืบหาแหล่งแพร่เชื้อ) แล้วโรคนี้อันตรายแค่ไหน เราต้องมาทำความรู้จักกาฬโรคกัน

กาฬโรค คือโรคอะไร

กาฬโรค เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน โดยเป็นโรคที่มีการระบาดมาช้านาน อย่างไทยในอดีตก็จะรู้จักกาฬโรค ในชื่อว่า โรคห่า ซึ่งหลักฐานทางประวัติศาสตร์ตามพระราชบัญญัติสำหรับโรคระบาด ปี พ.ศ. 2456 ระบุโรคห่าไว้ 3 โรค คือ กาฬโรค อหิวาตกโรค และไข้ทรพิษ โดยคาดว่าเกิดการระบาดครั้งแรกในสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่มีการแพร่ระบาดในยุโรป จึงสันนิษฐานกันว่า โรคห่าที่ระบาดครั้งนั้น ก็คือ กาฬโรค

อย่างไรก็ตาม รายงานการระบาดของกาฬโรคอย่างเป็นทางการครั้งแรกในไทย เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2447 ที่มีการระบาดเริ่มต้นจากฝั่งธนบุรี แพร่กระจายมายังฝั่งพระนคร และกระจายไปยังจังหวัดต่าง ๆ ที่มีการติดต่อค้าขายกับกรุงเทพฯ โดยทางบก ทางเรือและทางรถไฟ แต่ครั้งนั้นไม่ได้เก็บสถิติจำนวนผู้ป่วย และผู้เสียชีวิตที่แน่นอน ปัจจุบันถือเป็นโรคติดต่ออันตรายที่ต้องแจ้งความ ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558

กาฬโรคเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชนิด Yersinia pestis ที่พบในหมัดของสัตว์จำพวกฟันแทะ เช่น หนู กระรอก เป็นต้น โดยการติดต่อของโรคจะเกิดจากถูกหมัดหนูที่มีเชื้อกัด เช่น เมื่อหนูตาย หมัดที่มีเชื้อก็จะกระโดดไปเกาะสัตว์อื่น หรือคน และหากโดนหมัดเหล่านี้กัดเข้า ก็จะได้รับเชื้อจนก่อโรคกาฬโรคได้ ทั้งนี้จะพบการเกิดโรคได้บ่อยในช่วงฤดูหนาว และบริเวณที่มีกลุ่มประชากรอยู่อย่างแออัด ขาดสุขอนามัยดีที่

อาการกาฬโรคจะแสดงออกหลังถูกหมัดหนูที่มีเชื้อกัดแล้วประมาณ 2-8 วัน โดยเริ่มแรกเชื้อกาฬโรคจะเข้าไปอยู่ในต่อมน้ำเหลืองที่ใกล้ที่สุด ทำให้มีไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย คลื่นไส้ และหากเชื้อยังอยู่ในร่างกาย ก็อาจก่อให้เกิดอาการ ดัง 3 ลักษณะนี้

1. กาฬโรคชนิดต่อมน้ำเหลืองอักเสบ (Bubonic Plague)
เป็นรูปแบบที่พบได้บ่อยที่สุด ตำแหน่งที่พบมักจะเป็นขาหนีบหรือรักแร้ โดยต่อมน้ำเหลืองบริเวณดังกล่าวจะบวม แดง กดเจ็บ ซึ่งอาจบวมมาก จนขยับแขนหรือขาไม่ได้ มักจะมีอาการหลังได้รับเชื้อ 2-6 วัน

2. กาฬโรคชนิดเชื้อในกระแสเลือด (Septicemic Plague)
มักจะลุกลามมาจากกาฬโรคชนิดต่อมน้ำเหลืองอักเสบ อาการจะมีไข้สูง ความดันเลือดต่ำ ช็อก หัวใจเต้นเร็ว กระสับกระส่าย เพ้อ หมดสติ เลือดออกในอวัยวะต่าง ๆ เนื้อตายจากเลือดแข็งตัวผิดปกติ และอาจเสียชีวิตภายใน 3-5 วัน หรือภายในไม่กี่ชั่วโมง

3. กาฬโรคชนิดปอดบวม (Pneumonic Plague)
เป็นชนิดที่พบได้น้อยที่สุด แต่อาการรุนแรงและอันตรายที่สุด โดยกาฬโรคชนิดนี้มักจะเกิดตามหลัง 2 ชนิดแรก หรือติดเชื้อจากคนที่ไอ จาม รดกัน โดยอาการแสดงคือ ปอดบวม ไอเป็นน้ำ เสมหะไม่เหนียว ต่อมาจะมีเลือดปนออกมากับเสมหะ อ่อนเพลีย มีไข้ หากไม่ได้รับการรักษาจะตายเร็วมากภายใน 1-3 วัน (กาฬโรคปอดมีระยะฟักตัวประมาณ 2-4 วัน)